คนไทยทำไมจึงขาดวิตามินดี

BY cap06 POSTED IN Nutrition Expertise& อัพเดทข่าวสุขภาพ

คนไทยทำไมจึงขาดวิตามินดี

ประเทศไทยในเขตร้อน มีแสงแดดจ้าตลอดปี ดังนั้นคนไทยน่าจะมีวิตามินดีในระดับที่พอเพียง แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น จากการสำรวจสุขภาพประชากรไทยปี พ.ศ. 2551 พบว่าคนไทยมีระดับวิตามินดีน้อย  โดยเฉพาะชาวกรุงเทพมีระดับวิตามินดีต่ำที่สุด เกิดจากค่านิยมที่ว่าผิวขาว  มีพื้นที่ให้ได้รับแสงแดดน้อย การอาศัยในอาคารพานิชย์ คอนโด   มลภาวะในอากาศ  ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ส่งผลให้คนในเมืองมีโอกาสได้รับแสงแดดน้อยกว่าคนในชนบท

 vitamin-d

(ที่มา : http://m.c.lnkd.licdn.com)

ผู้ที่มีโอกาสขาด วิตามิน D มีดังนี้

  • ผู้ที่ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ
  • ผู้ที่ไม่ค่อยออกแดด – การนั่งทำงานในห้องแอร์ หรือไม่ค่อยออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น หนุ่มสาวออฟฟิศ
  • ขาดการรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดี
  • ผู้สูงอายุ – กลไกการสังเคราะห์วิตามินต่างๆ ของร่างกายก็เสื่อมลงตามธรรมชาติ การทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือออกแดดลดลงจึงมีโอกาสขาดวิตามินดีเพิ่มขึ้น
  • หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงให้นมบุตร – วิตามินดีมีความสำคัญต่อการควบคุมการเติบโตของเซลล์ ภูมิคุ้มกัน และเมตาบอลิซึมของเซลล์ วิตามินดีจึงมีความสำคัญต่อตัวอ่อนเพื่อการเติบโตอย่างเป็นปกติ แม่จึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ

 

office-space(ที่มา : https://myfoodeeblog.files.wordpress.com/2014/07/office-space.jpg)

ประโยชน์ของวิตามินดี

-ในหญิงตั้งครรภ์ วิตามินดีช่วยทำให้การเติบโตของทารกในครรภ์เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ช่วยลดความเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษหรือภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ และป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

– ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ เพราะวิตามินดีช่วยกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส

– ช่วยในการชะลอวัยของผิวพรรณ ช่วยสำคัญในการสร้างผิวหนังและกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง และควบคุมให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมตามวัย

– ช่วยรักษาแผลของร่างกายได้ ช่วยให้หายจากอาการบาดเจ็บได้เร็วยิ่งขึ้น

– ช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสู้กับโรคต่างๆได้ดีขึ้น เช่น โรคหวัด

– วิตามินดีจำเป็นในการทำงานของระบบประสาท

งานวิจัยพบว่า  หากคนขาดวิตามินดี แม้จะได้รับแคลเซียมในปริมาณมาก แต่ร่างกายก็ไม่สามารถนำไปใช้เพิ่มมวลกระดูกได้ ตรงข้ามกับคนที่มีระดับวิตามินดีอยู่ในเกณฑ์ที่เพียงพอ แม้จะได้รับแคลเซียมในปริมาณน้อยแต่กลับพบว่าสามารถเพิ่มมวลกระดูกได้มากกว่า  โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่ต้องให้ความสำคัญ จากข้อมูลของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนสากล (IOF) พบผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนทั่วโลกกว่า 200 ล้านคน ในขณะที่ร้อยละ 30 จะเป็นสตรีวัยหมดประจำเดือน โดยโรคกระดูกพรุนเป็นโรคมักไม่แสดงอาการใดๆ ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนมักจะรู้ตัวเมื่อมีอาการหรือกระดูกหักจากอุบัติเหตุแล้ว

ดังนั้นการขาดวิตามินดีที่พบมากขึ้นในคนยุคนี้จึงทำให้ไม่เพียงกระดูกอ่อนแอ แต่ร่างกายโดยรวมอ่อนแอลงด้วย เพราะภาวะขาดวิตามินดีจะไปมีผลต่อระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ดังกล่าว และจะกระตุ้นการทำงานของยีนที่สัมพันธ์กับโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคติดเชื้อ โรคหืด เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง โรคซึมเศร้า อัลไซเมอร์ รวมถึงปัญหาภูมิคุ้มกันต่ำ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน และที่สำคัญในเด็กเล็กหากขาดวิตามินดีจะทำให้มีพัฒนาการช้า เช่น เดิน-คลานช้า กระหม่อมปิดช้า กระดูกไม่แข็งแรง ฯลฯ

 

การเสริมวิตามินดี

 

vitamin-D

            (ที่มา : http://www.australianallergycentre.com.au)

             ร่างกายสามารถสร้างวิตามินดีเองได้ทางผิวหนังจากการถูกแดด ไม่จำเป็นต้องซื้อวิตามินดีมารับประทาน โดยแนะนำให้ออกมาเจอแดดบ้างในช่วงที่แดดไม่แรง ดังนั้นการโดนแดดช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ ที่ไม่ร้อนจนเกินไปสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20-30 นาทีก็เพียงพอแล้วที่ทำให้ร่างกายสร้างวิตามินดีขึ้นมาได้เอง โดยอาจเลือกทาครีมกันแดดที่หน้า สวมหมวกป้องกัน แต่ใส่เสื้อแขนสั้นหรือโชว์แขนให้ได้รับแสงแดดบ้าง ส่วนช่วงเวลาเที่ยงหรือช่วงแดดจัดก็อาจทาครีมกันแดดป้องกันตามปกติ

 

vitamin d food

(ที่มา : http://thehill.com)

              นอกจากนั้นการรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น นม ตับ ไข่แดง เนย ชีส ยีสต์ เห็ดบางชนิด น้ำมันตับปลาค็อด ปลาแซลมอน ปลาทูน่า หอยนางรม เป็นต้น ก็ช่วยเสริมวิตามินดีในร่างกายได้ โดยคนทั่วไป ควรได้รับวิตามินดีวันละ 400 IU (15 mcg)/วัน อย่างไรก็ตามวิตามินดีที่เราได้รับจากการสังเคราะห์ที่ผิวหนังและจากอาหารจะยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้จนกว่าจะผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ตับและไตก่อน ซึ่งวิตามินดีที่ผ่านการสังเคราะห์ที่ตับเรียกว่า calcidiol ส่วนที่ผ่านการสังเคราะห์ที่ไตเรียกว่า calcitriol ดังนั้นในคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับและไตก็อาจทำให้มีผลกระทบต่อการขาดวิตามินดีได้อาจจำเป็นต้องได้รับวิตามินเสริม

vitamind_synthesis

(ที่มา : http://static.healthcare.siemens.com)