ควรเลือกรับประทานแคลเซียมแบบไหนดี?

BY cap02 POSTED IN Nutrition Expertise

                     4ffff5c8940b2e092ecdcf81d6a96de5

      หลายๆท่านคงทราบอยู่แล้วว่าแคลเซียมเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน ดังนั้นการได้รับธาตุแคลเซียมนี้จะช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยมีขนาดที่แนะนำในผู้สูงอายุ คือ 1000-1200 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งแคลเซียมนี้ได้จากอาหารที่เรารับประทาน เช่น นม ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อย และผักบางชนิด คือ คะน้า บรอคโคลี เป็นต้น

4

(รูปจาก http://www.health.harvard.edu)

            อย่างไรก็ตามเมื่ออายุเพิ่มขึ้น การดูดซึมแคลเซียมจะลดลง ดังนั้นจึงควรได้รับแคลเซียมเสริมร่วมด้วย ปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์ของธาตุแคลเซียมมากมายให้เลือกซื้อ ทั้งรูปแบบเม็ด เและเม็ดฟู่ อีกทั้งแคลเซียมยังมีหลายรูปแบบขึ้นกับเกลือที่เลือกใช้ทำให้มีความแตกต่างกัน ดังนั้นเราจะเลือกรับประทานแคลเซียมรูปแบบใด  หาคำตอบได้ในบทความนี้เลยค่ะ

          ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมในบ้านเรามีหลายเกลือ ซึ่งเกลือที่แตกต่างกันนี้เองจะส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียม และมีปริมาณของแคลเซียมที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะขอยกตัวอย่างแคลเซียมที่พบได้บ่อยในบ้านเรา  ได้แก่

Calcium Carbonate เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด มีราคาถูกที่สุด เกลือแคลเซียมชนิดนี้มีปริมาณแคลเซียมมากที่สุด 35-40% แต่มีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายค่อนข้างต่ำและต้องอาศัยกรดในกระเพาะอาหารช่วยในการแตกตัวและดูดซึม จึงต้องกินตอนท้องว่าง และแคลเซียมรูปแบบนี้ทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง ท้องอืด และท้องผูกได้ เหมาะกับ คนทั่วไป และผู้ที่มีกรดในกระเพาะอาหารมาก

Calcium

Calcium Citrate เกลือแคลเซียมชนิดนี้มีความเป็นกรดมากกว่า calcium carbonate จึงอาศัยกรดในกระเพาะน้อยกว่า จึงไม่จำเป็นต้องกินตอนท้องว่าง และสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่า แต่เกลือชนิดนี้มีปริมาณของแคลเซียมน้อยกว่า โดยมีแคลเซียมประมาณ 21% อย่างไรก็ตามมีราคาแพงกว่าเกลือรูปแบบแรก เหมาะกับ ผู้สูงอายุ มากกว่า 50 ปี และผู้ที่มีกรดในกระเพาะอาหารน้อย

Calcium Gluconate เกลือแคลเซียมชนิดนี้ มีปริมาณแคลเซียมต่ำมาก ประมาณ 9% และการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายดีกว่า calcium carbonate แต่เนื่องจากมีปริมาณแคลเซียมต่ำ ทำให้ต้องกินเกลือแคลเซียมชนิดนี้ในปริมาณมากเพื่อให้ได้แคลเซียมที่เพียงพอ เหมาะกับ คนทั่วไป แต่ต้องรับกินจำนวนหลายเม็ด

Calcium Lactate แคลเซียมรูปแบบนี้พบในอาหาร เช่น ชีสและ baking powder มีระดับของยาในเลือดค่อนข้างดี เนื่องจากสามารถดูดซึมได้ที่ pH ต่างๆ แต่มีปริมาณแคลเซียมต่ำ ประมาณ 9-14% หมาะกับ คนทั่วไป แต่หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ที่มี lactose intolerance

Calcium Lactogluconate พบได้ในแคลเซียมเม็ดฟู่ มีคุณสมบัติที่ละลายน้ำได้ดี และช่วยในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย มีปริมาณแคลเซียม 13 % และไม่มีรสชาติที่ขม สำหรับในแคลเซียมเม็ดฟู่ จะประกอบด้วย calcium carbonate และ Lactogluconate จึงมีราคาแพง เหมาะกับ ผู้ที่ไม่ชอบกินยาเม็ด และผู้สูงอายุ

Calcium Hydroxyapatite มี microcrystalline hydroxyapatite complex (MCHC) เป็นตัวสังเคราะห์ทีเลียนแบบโครงสร้างในกระดูกมนุษย์ มีปริมาณแคลเซียมประมาณ 22% และมีการดูดซึมต่ำ แต่เป็นตัวที่มีประโยชน์มากจากการช่วยยับยั้งการสูญเสียกระดูกและเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก  มีแร่ธาตุอื่นๆที่จำเป็นในการเสริมสร้างกระดูก เช่น phosphorus, magnesium, potassium, zinc, collagen และ bone growth factors เหมาะกับ ผู้ที่มี bone density ต่ำ อาจไม่เหมาะสมในผู้ที่เป็น vegetarians หรือ vegans หรือผู้ที่ไม่สามารถรับประทานแคปซูลจำนวนมาก

แคลเซียม-เด็ก

              จากข้อมูลที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงรูปแบบเกลือของแคลเซียมเพียงส่วนหนึ่ง และควรมีการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง  อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะหากได้รับมากเกินไป อาจส่งผลทำให้หลอดเลือดแข็ง  เกิดนิ่วในไต และเกิดแคลเซียมสะสมที่เนื้อเยื่อได้ นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างกระดูก เช่น วิตามิน D  เป็นต้น

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก

http://www.pr.chula.ac.th/index.php/15-article/81-1-000-1-200-360-600-800-40
https://drnibber.com/understanding-different-types-of-calcium-part-2/
http://www.globalhealingcenter.com/natural-health/types-of-calcium-supplements/