ดูแลหลอดเลือด…ไม่ได้เริ่มตอนแก่

BY cap07 POSTED IN Nutrition Expertise

               หลอดเลือด….สำคัญสุดๆ ไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยไว้ได้นะคะ หลายๆครั้งที่เรากังวลว่า จะเป็นโรคนู้น โรคนี้ เครียดไปต่างๆนานา ตอนนี้ เลิกเครียด! แล้วหันมาดูแลหลอดเลือดกันค่ะ หลอดเลือดสำคัญกว่าที่เราคิด มันเชื่อมโยงกับการเจ็บป่วยของหลายๆโรคเลยล่ะ

               หลอดเลือดเป็นทางไหลเวียนของเลือดที่จะไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆมากมาย ที่เรารู้จักและได้ยินบ่อยๆคือ

  • หลอดเลือดสมอง
  • หลอดเลือดหัวใจ

ซึ่งหากผิดปกติจะเป็นที่มาของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง และโรคอื่นๆตามมาได้อีก ดังนั้น เราจึงต้องดูแลหลอดเลือดอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพราะเวลาเกิดความผิดปกติกับเส้นเลือด จะไม่มีการแสดงสัญญาณหรือความเจ็บปวดใดๆจนกว่ามันจะเสียหายไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์

blood circulation

photo by: http://www.livebinders.com/

               ความผิดปกติของหลอดเลือด อธิบายอย่างง่ายๆ ก็เปรียบหลอดเลือดเป็นท่อน้ำที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวเองให้หดหรือขยายเพื่อให้เหมาะสมในการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะต่างๆได้สะดวก ปัจจัยที่ทำให้หลอดเลือดแปรสภาพไปเกี่ยวข้องกับทั้งอายุและการดูแล

              อายุที่มากขึ้นจะทำให้หลอดเลือดเสียความยืดหยุ่น โดยเฉพาะในคนที่ผนังหลอดเลือดหนาตัว เพราะมีะไขมันสะสม เหมือนมีตะกอนขวางท่อน้ำ น้ำก็ไม่สามารถไหลได้สะดวก นำพาไปสู่ภาวการณ์ขาดสารอาหารและขาดออกซิเจน และไขมันที่ว่านี้ก็มาจากอาหารที่เรารับประทานไปนั่นเอง ถึงแม้อาหารจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ถ้าเรากินไม่เลือก ไม่ดูแลอาหารการกิน อาหารก็จะเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆได้ อวัยวะที่รับผลจากการไม่เลือกกินของเรา ก็คือหัวใจและหลอดเลือด

ไขมันอุดตันหลอดเลือด

photo by: https://buygarciniaplus.com/m/

fat in vessel2

photo by: http://www.dreamstime.com/illustration/vessels.html

               การดูแลหลอดเลือดและอาหารการกิน ไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำตอนแก่อีกแล้ว เพราะถ้าเราดูแลตั้งแต่ตอนนี้ จะลดการสะสมและชะลอไม่ให้เกิดโรคได้ อาหารเหล่านี้จะช่วยดูแลและป้องกันโรคทางหลอดเลือดได้

อาหารที่มีวิตามินบี 6 บี 12 และกรดโฟลิค (บี 6)

  • วิตามินบี 6 พบในข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วลิสง ปลาแซลมอน กล้วย เป็นต้น
  • กรดโฟลิค (วิตามินบี 9) พบในผักสีเขียว หน่อไม้ฝรั่ง ตับ ฟักทอง ถั่ว แครอท เป็นต้น
  • วิตามินบี 12 พบในตับ ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ไข่ เนื้อ ชีส เป็นต้น

Vitamin-B-Complex

photo by: http://generalhealthfacts.com/

               วิตามินบี 6 บี 9 และบี 12 จะเป็นตัวช่วยเปลี่ยนสารที่มีผลกับหลอดเลือด คือ Homocysteine ไปเป็นผลิตผลที่ไม่มีอันตรายต่อการทำงานของร่างกาย ซึ่งหากในร่างกายมี Homocystenine ในปริมาณสูงจะทำให้ผนังด้านในของหลอดเลือดเสียหาย ขรุขระ เกิด plaque และตามมาด้วยการอุดตัน นำไปสู่หลอดเลือดแข็งตัว และมีผลเฉพาะอย่างยิ่งกับหลอดเลือดขนาดเล็กในสมอง

อาหารที่มีโปแทสเซียมสูง

ได้แก่ ผงโกโก้ ลูกพรุน (อบแห้ง) ลูกเกด เมล็ดทานตะวัน อินทผาลัม ปลาแซลมอน ผักโขม (สด) เห็ด

               โพแทสเซียมช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีโดยการป้องกันหลอดเลือดไม่ให้แข็งตัว มีรายงานวิจัยเอาไว้ว่า ในกลุ่มที่ได้รับโปแทสเซียมในปริมาณสูงมีค่าความดันโลหิตและอัตราการเกิดความดันโลหิตสูงต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับในปริมาณน้อย และมีผลวิจัยชี้ว่าสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดอุดตันที่สมองได้ ในคนปกติจึงแนะนำให้ได้รับโปแทสเซียม 4.7 กรัมต่อวัน ซึ่งมาจากการรับประทานอาหารนั่นเอง

               แต่ทั้งนี้ต้องระมัดระวังในคนที่มีความบกพร่องในการกำจัดโปแทสเซียม เช่น ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยเหล่านี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะโปแทสเซียมสูงเกิน ซึ่งจะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้

ปลาสวายเนื้อขาว ปลาทู ปลากะพง ปลานิล ปลาสวาย ปลาแซลมอน ปลาช่อน ปลาดุก 

               ซึ่งเป็นแหล่งของโอเมก้า 3 และเป็นแหล่งของโปรตีนและไขมันที่ดีต่อสุขภาพดีเอชเอและอีพีเอ มีสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการทำงานของสมองและระบบประสาท ขยายหลอดเลือด ลดการอักเสบ ลดความเหนียวของเกล็ดเลือดช่วยลดการแข็งตัวของหลอดเลือด

fish omega3

พืชตระกูลถั่วเปลือกแข็ง เช่น ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เมล็ดทานตะวัน 

               เป็นแหล่งของใยอาหาร และวิตามินต่างๆ ที่สำคัญสำหรับหลอดเลือด คือ วิตามินอี ทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์สมองจากการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนแล้วก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ มีหลักฐานบ่งบอกว่า สามารถลดการเกาะตัวกันของเกล็ดเลือด ทำให้การทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจดีขึ้น และลดความเสี่ยงของการเกิดความผิดปกติกับหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ

พืชตระกูลถั่ว

photo by: http://www.prettybangkok.com/

ผักผลไม้ 5 สี

               ผักผลไม้ 5 สีนี้ เรียกรวมๆว่า แหล่งไฟโตนิวเทรียนท์ ซึ่งเป็นชื่อเรียกสารสกัดจากผักผลไม้ที่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจากข้อมูลการวิจัยของ USDA (United States Department of Agriculture) พบว่าการบริโภคผักผลไม้ที่มีไฟโตนิวเทรียนท์เป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ไขมันสะสมในเส้นเลือด ผักผลไม้ 5 สีที่ว่านี้ ได้แก่

phytonutrient

photo by: http://timeforaloe.com/phytonutrient-supplement/

  • สีแดง พบได้ใน มะเขือเทศ แอปเปิ้ลแดง แตงโม ทับทิม สตรอเบอร์รี เป็นต้น
  • สีเหลือง/ส้ม พบได้ใน ส้ม มะนาว สับปะรด แครอท ฟักทอง ข้าวโพด เป็นต้น
  • สีเขียว พบได้ใน คะน้า บร็อคโคลี กะหล่ำปลี ตำลึง ผักโขม เป็นต้น
  • สีม่วง/น้ำเงิน พบได้ใน กะหล่ำปลีม่วง มะเม่า อัญชัญ บลูเบอร์รี องุ่นแดง เป็นต้น
  • สีขาว พบได้ใน กระเทียม หอมใหญ่ เห็ด กะหล่ำดอก ดอกแค ขิง เป็นต้น

 

               ดังนั้น เรื่องของหลอดเลือด เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามและต้องให้ความสำคัญมากๆ มีผลกระทบโดยตรงต่อหลอดเลือดทั้งหมดในร่างกายและเกี่ยวข้องกับหลายๆอวัยวะที่สำคัญ หากเกิดความผิดปกติจะเป็นสาเหตุของโรคต่างๆได้ มาเริ่มดูแลใส่ใจหลอดเลือด เริ่มต้นง่ายๆ เพียงเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เริ่มตั้งแต่ตอนนี้กันนะคะ