ท้องเสีย…ทำอย่างไรดี?

BY cap08 POSTED IN Nutrition Expertise

ถ่ายมากขนาดไหน จึงจะเรียกว่าท้องเสีย?

– ภาวะที่มีการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งวัน หรือ
– การถ่ายมีมูกเลือดตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป

อาการท้องเสียเกิดได้จากอะไรบ้าง

Untitled-1

อาการท้องเสีย เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งจะมีอาการแตกต่างกันดังนี้

  • แบคทีเรียสร้างพิษที่ลำไส้: แบคทีเรียบางชนิดสามารถสร้างพิษในลำไส้ทำให้มีอาการท้องเสียได้ โดยจะมีอาการเด่นคือ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ สีเหลืองหรือเขียวอ่อน ในรายที่เป็นรุนแรงอาจเป็นน้ำขุ่นคล้ายน้ำซาวข้าว และมักมีอาการของการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง คอแห้ง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เป็นต้น
  • ติดเชื้อแบคทีเรีย: มีอาการเด่นคือ ถ่ายอุจจาระมีมูกปนเลือด มักมีไข้ ปวดศีระษะ ปวดท้องหรือปวดเบ่งที่ทวารหนัก ถ่ายบ่อย อุจจาระที่ออกมาแต่ละครั้งจะมีอาการไม่มาก ซึ่งหากมีการถ่ายเป็นมูกเลือดนี้ มักบ่งบอกว่าอาจต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อ
  • อาหารเป็นพิษ: เกิดจากสารพิษจากแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร และมักทนต่อความร้อน โดยอาการท้องเสียมักเกิดหลังจากรับประทานอาหารนั้น 6-24 ชม. มักเริ่มจากอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง ร่วมกับมีอาการปวดท้อง แต่มักไม่มีไข้ ต่อมาจึงมีอาการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำหรือเป็นอุจจระเหลว โดยมักถ่ายไม่รุนแรง ไม่มีมูกเลือด อาจมีอาการของการขาดน้ำในรายที่มีการอาเจียนรุนแรงได้ โดยทั่วไปอาการมักดีขึ้นเร็วภายในเวลา 24-48 ชม.
  • ไวรัส: พบได้บ่อยในเด็ก มักติดต่อทางน้ำดื่มและอาหาร ในบางรายอาจมีอาการเริ่มต้นด้วยไข้ต่ำๆ ไอ หวัดเล็กน้อย ซึ่งมักเป็นอยู่ 1-2 วัน ต่อจากนั้นจะมีอาเจียน ปวดท้อง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัวบ้าง อาการท้องเสียอาจเป็นได้ตั้งแต่น้อยๆ จนถึงรุนแรงมาก แต่จะไม่มีมูก ไม่มีเลือด บางรายอาจมีอาการยืดเยื้อนานเป็นอาทิตย์

การรักษาอาการท้องเสีย

  • ยาฆ่าเชื้อ: ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อเมื่อท้องเสีย ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินว่าอาการท้องเสียนั้นๆเกิดจากสาเหตุใด และจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อหรือไม่
  • ผงน้ำตาลเกลือแร่หรือ ORS (Oral Rehydration Salts): เป็นสิ่งสำคัญเมื่อท้องเสีย เนื่องจากร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่ไปเป็นจำนวนมาก โดยให้ละลายผงน้ำตาลเกลือแร่ในน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วตามปริมาตรที่ระบุบนฉลาก เพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่เหมาะสม จิบทีละน้อย แต่บ่อยๆ ไม่ควรดื่มรวดเดียวจนหมด ดื่มให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง หากดื่มไม่หมดให้ทิ้งไปแล้วละลายซองใหม่ ควรรับประทานแต่พอดี และเมื่ออาการท้องร่วงหรืออาการอ่อนเพลียจากท้องร่วงดีขึ้นแล้ว ก็สามารถหยุดรับประทานได้

วิธีดูแลตัวเองเมื่อท้องเสีย

Untitled-2

  • หยุดรับประทานอาหารในช่วง 2-4 ชม.แรก เพื่อให้ลำไส้หยุดการทำงาน
  • งดดื่มนม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟ จนกว่าจะหายท้องเสีย
  • รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม เป็นต้น งดอาหารรสจัดและอาหารที่มีกากใยมาก เช่น ผัก ผลไม้
  • หลีกเลี่ยงยาหยุดถ่าย ยกเว้นแพทย์สั่ง เนื่องจากอาจทำให้เชื้อที่เป็นสาเหตุของอาการนั้นไม่ถูกกำจัดไป ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรหากต้องการใช้ยาหยุดถ่าย

การป้องกัน

wash_your_hands

photo by: http://www.dettol.co.uk

  • ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้ง
  • ดื่มน้ำสะอาด เช่น น้ำกรอง หรือน้ำต้มสุก
  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่ค้างคืน ไม่มีแมลงวันตอม
  • แยกอาหารที่เป็นวัตถุดิบและอาหารที่ปรุงสุกแล้วออกจากกัน เนื่องจากเนื้อสัตว์ดิบอาจจะปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้อาหารที่ปรุงสุกแล้วควรใส่ภาชนะที่ปิดสนิทไม่ให้มีแมลงวันตอม