พรีไบโอติก (Prebiotics) คืออะไร …

BY cap02 POSTED IN Nutrition Expertise

    หากท่านเป็นผู้ที่มีปัญหาเรื่องขับถ่ายยากเป็นประจำ ก็คงเคยได้รู้จักกับโปรไบโอติก( Probiotics) มาบ้าง แต่อาจยังไม่เคยได้ยินว่ายังมี พรีไบโอติก (Prebiotics) อยู่ด้วย เเละหากทราบว่า โปรไบโอติก คือ จุลินทรีย์มีชีวิตที่ก่อให้เกิดประโยชน์หลายๆด้านกับร่างกาย แล้วพรีไบโอติกล่ะคืออะไร ?มีประโยชน์หรือไม่?แล้วเกี่ยวข้องกับโปรไบโอติกอย่างไร?วันนี้เราจะมาไขปัญหาเหล่านี้กัน…

    พรีไบโอติก (Prebiotics)  คือ อาหารของจุลินทรีย์ซึ่งร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยได้และไม่ถูกดูดซึมได้ในระบบทางเดินอาหาร ทั้งกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กจึงเป็นสารอาหารที่มนุษย์นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ แต่แบคทีเรียในกลุ่ม lactic acid bacteriaได้แก่ แล็กโทบาซิลลัส (lactobacillus) และ ไบฟิโดแบคทีเรีย (bifidobacteria) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์โปรไบโอติก สามารถ ย่อย Prebiotics ที่บริเวณลำไส้ใหญ่ได้แล้วจึงนำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องช่วยกระตุ้นการทำงานและส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์โปรไบโอติกเหล่านั้น

pppp    Pic by :http://occoquanbayperformance.com/2015/12/prebiotics-and-probiotics

    ปัจจุบันมีการผสมสารที่เป็นพรีไบโอติกลงในอาหารเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค ได้แก่ อาหารเสริมพวก Functional food ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำนม อาหารทารก โยเกิร์ต ซอส อาหารเช้าธัญพืช  ซุป ขนมขบเคี้ยวแบบต่างๆ เป็นต้น

เเล้วเราจะหา”พรีไบโอติก” ได้จากที่ใด

ได้จาก สารอาหารที่จัดว่าเป็น พรีไบโอติก ได้เเก่

  • น้ำตาลแอลกฮอล์ (sugar alcohol) ต้น เป็นสารให้ความหวาน ได้แก่ maltitol, sorbitol, isomalt, xylitol เป็นต้น
  • โอลิโกแซ็กคาไรด์ (oligosaccharide) เป็นคาร์โบไฮเดรตสายสั้น ประกอบด้วยน้ำตาลตั้งแต่ 3 ถึง 10 หน่วย ได้แก่ raffinose, stachyose, lactulose เป็นต้น
  • พอลิแซ็กคาไรด์ที่ไม่ใช่สตาร์ซ (Non-starchpolysaccharides; NSP) เป็นสารที่ได้จากพืช เช่น pectin, cellulose, guar gum,beta glucan เป็นต้น
  • อินูลิน (inulin) เป็นสาร polysaccharides ที่พืชเก็บสะสมไว้เป็นอาหาร พบในพืชมากกว่า 36,000 ชนิด เช่น Chicory root เห็ด หัวหอม หัวกระเทียม กล้วย เป็นต้น
  • Mucin glycoproteins ถูกสร้างโดย goblet cells ที่อยู่ในเยื่อบุผิวลำไส้และเป็นสารตั้งต้นหลักสำหรับการหมักในลำไส้
  • Related mucopolysaccharides ตัวอย่างสาร เช่น chondroitin sulphate, heparin, pancreatic และ bacterial secretions เป็นต้น
  • Protein และ peptides สารเหล่านี้สร้างขึ้นในอาหาร สร้างโดยการหลั่งของตับอ่อนหรือสร้างโดยแบคทีเรีย แต่จะมีปริมาณน้อย กว่าพวกคาร์โบไฮเดรต

foods-high-in-prebioticsddddd

            Pic by: http://www.gutspace.com/prebiotics-and-probiotics-101/

แล้ว Prebiotics  มีประโยชน์อย่างไร

     พรีไบโอติกและโปรไบโอติกจะทำงานร่วมกัน เรียกว่า ซินไบโอติก (synbiotics) ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ภายในทางเดินอาหารให้เหมาะสม ปรับสมดุลให้ลำไส้ใหญ่  ก่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายต่างๆ ดังนี้

  • ช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอล (cholesterol) ฟอสฟอลิพิด (phospholipid) และไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ในเลือด โดย Lactobacillus acidophilus ซึ่งเป็น จุลินทรีย์กลุ่มบิฟิโดแบคทีเรีย ที่อยู่ในลำไส้จะช่วยย่อยสลายคอเลสเตอรอล และยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลผ่านผนังลำไส้
  • กรดแล็กทิก (lactic acid) ที่จุลินทรีย์สร้างจะยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค (pathogen) จึง ช่วยป้องกันและลดอาการของโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร
  • ช่วยการดูดซึมอาหารในลำไส้ก็ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดอาการท้องผูกได้ เนื่องจากกรดอินทรีย์ที่จุลินทรีย์บิฟิโดแบคทีเรียผลิตขึ้นจะกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ และช่วยเพิ่มความชื้นของอุจจาระ ทำให้สามารถขับถ่ายได้ดีขึ้น
  • ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมในระบบย่อยอาหาร จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
  • ซินไบโอติก (synbiotics) สามารถผลิตวิตามิน vitamin B1, vitamin B2, vitamin B6, vitamin B12, nicotinic acid และ folic acid ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะภูมิแพ้ เสริมสร้างการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันได้

ขอขอบคุณเเหล่งที่มา

  1. Roberfroid M., Gibson GR., Hoyles L., McCartney AL.,Prebiotic effects: metabolic and health benefits.
    Br J Nutr 2010 Aug;104(2):S1-63.
  2. de Vrese M, Schrezenmeir J.Probiotics, prebiotics, and synbiotics.Adv Biochem Eng Biotechnol.2008;111:1-66.