ยาคุมฉุกเฉินกินอย่างไร มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

BY cap04 POSTED IN อัพเดทข่าวสุขภาพ

ยาคุมฉุกเฉินกินอย่างไรมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

           Credit; women.thaiza.com/ยาคุมฉุกเฉินกับผลข้างเคียง/316821/

การป้องกันแบบฉุกเฉินคือการคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ เป็นวิธีการที่วัยรุนปัจจุบันนิยมใช้ เป็นการป้องกันการตั้งครรภ์โดยที่ไม่ได้ป้องกัน หรือเกิดการผิดพลาดของการป้องกันเช่น การถูกขมขืน ถุงยางอนามัยแตก ถุงยางนามัยหลุด การคุมกำเนิดผิดวิธี เป็นต้น การคุมกำเนิดวิธีนี้ควรจะทำภายใน 120ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ วิธีการคุมกำเนิดมีสองวิธีคือ การรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน และการใส่ห่วงฉุกเฉิน Emergency Intrauterine Device (IUD) วันนี้อยากช่วนเพื่อนๆมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

“ยาคุมฉุกเฉิน คืออะไร”

postinormadonna

  Credit;www.mims.com/thailand/drug/info/madonna
  Credit;www.weloveshopping.com/shop/showproduct.php?pid=22626783&shopid=191422

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน หรือยาคุมกำเนิดหลังการร่วมเพศหรือที่เรียกว่า morning after pill ,Postcoital pills ,emergency contraceptive pills โดยจะเริ่มรับประทานยาหลังจากร่วมเพศไม่เกิน72 ชั่วโมง โดยรับประทาน  levonorgestrel 1.5 mg ครั้งเดียว ยาคุมฉุกเฉินในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อได้แก่ Postinor® , Madonna®, และ Ladynore® เป็นต้นซึ่งประกอบด้วยตัวยา และขนาดที่เท่ากันดังนั้นสามารถเลือกใช้ยี่ห้อไหนก็ได้

“ต่างกับยาคุมประจำเดือนอย่างไร”

ปวดหัวยาคุมฉุกเฉิน

                          Credit; www.phyathai.com/medicalarticledetail/3/40/590/th

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินต่างกันกับยาเม็ดคุมกำเนิด (Oral contraceptive pill หรือ Birth control pill) ตรงที่ชนิดละขนาดของยา กล่าวคือยาคุมกำเนิดทั่วไปมีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจนและโปรเจสโตเจน) ส่วนยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจะมีเฉพาะโปรเจสโตเจน ได้แก่ Levonorgestrel ในขนาดที่สูงกว่ายาคุมกำเนิดทั่วไปถึง 20 เท่า อีกทั้งยังต่างในเรื่องของการรับประทานซึ่งจะกล่าวต่อไป ดังนั้นผลข้างเคียงจากการรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจึงรุนแรงกว่ายาคุมทั่วไป

♥การรับประทานที่ถูกต้อง

morning after pills 72 hrs

                Credit; www.wikihow.com/Use-the-Morning-After-Pill

รับประทานยาเม็ดแรกให้เร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน โดยไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง และจะต้องรับประทานยาเม็ดที่สองหลังจากรับประทานยาเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง หากมีการอาเจียนภายใน  2 ชั่วโมงหลังรับประทานยาแต่ละเม็ด  ต้องรับประทานยาใหม่  และไม่แนะนำให้รับประทานยาเกิน  4  เม็ด หรือ 2กล่อง ต่อเดือน

การรับประทานยาเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ดังกล่าวตามด้วยยาเม็ดที่สอง จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 75% แต่หากเริ่มยาภายใน 24ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นเป็น 85% ดังนั้นจึงควรรับประทานยาเม็ดแรกหลังการมีเพศสัมพันธ์ให้เร็วที่สุด

สามารถรับประทานยาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ด พร้อมกันในครั้งเดียวได้ โดยที่ประสิทธิภาพและความปลอดภัย ไม่แตกต่างจากการแบ่งรับประทานเป็น 2 ครั้ง อย่างไรก็ตามในบางรายอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียนจากการรับประทานยาเพียงครั้งเดียวมากกว่าการแบ่งรับประทาน

 

♣ข้อควรรู้เกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉิน

  1. ยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถคุมกำเนิดระยะยาวได้เพราะประสิทธิภาพคุมกำเนิดต่ำกว่าการรับประทานยาคุมแบบปกติ อีกทั้งยาคุมกำเนิดฉุกเฉินพบอาการข้างเคียงสูงกว่า เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เลือดออกกะปริดกะปรอย รวมทั้งพบความเสี่ยงในการเกิดอุบัติการณ์การตั้งครรภ์นอกมดลูกเพิ่มขึ้น
  2. ยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่ยาทำแท้งและสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้เท่านั้น นั่นคือต้องได้ยาเข้าไปในร่างกายก่อนที่จะมีการฝังตัวของไข่ที่เยื่อบุโพรงมดลูก เแต่หากไข่ที่ผสมกับอสุจิได้ฝังตัวที่ผนังมดลูกไปแล้ว ยานี้จะไม่มีผล
  3. ยาคุมฉุกเฉินไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เนื่องจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะติดต่อผ่างทางเลือดและสารคัดหลั่ง ดังนั้นควรใช้ถุงยางอนามัย เพราะเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่สามารถคุมกำเนิด และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  4. ยาคุมฉุกเฉินไม่ทำให้ทารกพิการ หากรับประทานไปโดยไม่ทราบว่าตั้งครรภ์มีรายงานว่า ไม่พบทารกพิการจากมารดาที่รับประทานยาโดยไม่ทราบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์