“ริดสีดวงทวาร”รุนแรงแค่ไหนกัน??

BY cap06 POSTED IN Nutrition Expertise& อัพเดทข่าวสุขภาพ

สำหรับคนที่มีอาการของริดสีดวงทวารคงทรมาณไม่มากก็น้อยใช่ไหมคะ

แถมบางทีเป็นแล้วไม่กล้าบอกใคร เพราะฉะนั้นเราควรหันมาดูแลตัวเองกันนะคะ

อย่างแรกเรามารู้จักประเภทของของริดสีดวงกันดีกว่า

ริดสีดวงจะแบ่งตามตำแหน่งการเกิดออกเป็น 2 ชนิด

  1. ริดสีดวงภายใน (Internal haemorrhoids) อยู่ในทวารหนัก เหนือเส้นประสาทรับความรู้สึก เลยมักจะไม่มีความเจ็บปวด แต่จะมีเลือดสีแดงสดหลังถ่ายอุจจาระ
  2. ริดสีดวงภายนอก (External haemorrhoids) สามารถสัมผัสหรือเห็นได้จากภายนอก อาจมีอาการคันหรือเจ็บปวดจนไม่สามารถลุกนั่งได้อย่างสะดวก

Photo by: www.webmd.boots.com

ในส่วนของ ริดสีดวงภายใน นั้นสามารถแบ่งย่อยออกได้อีก 4 ระยะ

  • ระยะที่ 1 ยังไม่มีหัวริดสีดวงยื่นออกมาภายนอกทวารหนัก แต่เวลาถ่ายอุจจาระพบเลือดปน
  • ระยะที่ 2 มีหัวริดสีดวงยื่นออกมานอกทวารหนัก ขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ และสามารถหดกลับเข้าไปได้เอง
  • ระยะที่ 3 มีหัวริดสีดวงยื่นออกมานอกทวารหนัก ขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ แต่ไม่สามารถหดกลับเข้าไปเองได้ ต้องใช้นิ้วช่วยดันกลับ
  • ระยะที่ 4 ริดสีดวงยื่นออกมาตลอดเวลา และไม่สามารถใช้นิ้วดันกลับเข้าไปได้

อาการของโรคริดสีดวงทวารหนัก

  • ถ่ายเป็นเลือดแดงสด (อาจพบเป็นเลือดติดกระดาษชำระขณะเช็ดก้น หรือถ้ารุนแรงเลือดอาจจะออกเยอะและไหลมาตามขาได้)
  • มีติ่งเนื้อโผล่ออกมาระหว่างถ่ายอุจจาระ
  • อาจมีอาการปวดได้หากเกิดลิ่มเลือดเฉียบพลันหรือภาวะขาดเลือดของริดสีดวงทวาร
  • คลำพบติ่งเนื้อหรือก้อนบริเวณทวารหนัก

ปัจจัยที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวารหนัก

  • ท้องผูกเรื้อรัง
  • อุปนิสัยที่ชอบเบ่งอุจจาระแรงๆเพื่อให้อุจจาระก้อนสุดท้ายออกให้หมด
  • นั่งถ่ายอุจจาระนาน
  • การตั้งครรภ์
  • อายุที่มากขึ้น

Photo by: healthtreatments.org

การรักษาริดสีดวงทวารหนักขึ้นอยู่กับระยะที่เป็น ถ้าเป็นในระยะแรกจะสามารถรักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและอาจใช้ยาบางชนิดร่วม เพื่อลดอาการปวดและอักเสบ แต่ถ้าหากเป็นระยะ3-4แล้วนั้น ควรพบแพทย์เพื่อทำการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดในปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้มีความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามโรคริดสีดวงทวารหนักสามารถป้องกันได้ง่ายๆดังนี้

  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน
  • รับประทานอาหารที่มีกากใยเยอะๆ เช่นผัก ผลไม้ เพื่อทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น
  • ฝึกอุจจาระให้เป็นเวลาทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงการนั่งขับถ่ายเป็นเวลานาน และการเบ่งอุจจาระแรงๆ

Photo by: recipes.howstuffworks.com