แค่เล่นมือถือก็เป็น นิ้วล็อคได้ จริงหรือ??

BY cap01 POSTED IN อัพเดทข่าวสุขภาพ

     ในยุคปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสสังคมออนไลน์มีอิทธิผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก  ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การสื่อสาร หรือกิจกรรมอื่น ก็ล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวข้องระบบออนไลน์ ซึ่งทำให้ยึดติดอยู่กับอุปกรณ์การสื่อสาร ซึ่งจำเป็นต้องใช้มือซ้ำๆบ่อยๆและเป็นเวลานาน ซึ่งอาจจะมีผลส่งทำให้เกิดโรคที่อยู่ใกล้ตัว คือโรคนิ้วล็อค

Photo by : http://flylinesearchmarketingblog.com

          โรคนิ้วล็อก เป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก พบบ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย  และมักพบในช่วงอายุระหว่าง 40-50 ปี โดยมากจะเกิดกับผู้ที่ทำงานหรือกิจกรรมที่ใช้นิ้วซ้ำๆบ่อยๆ

 

สาเหตุการเกิดโรคนิ้วล็อค

           โรคนิ้วล็อกเกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นที่ใช้ในการงอข้อนิ้วมือ ตรงบริเวณโคนนิ้ว ที่มีการเสียดสีของเอ็นในช่องเอ็นทำให้เกิดการอักเสบขึ้นที่บริเวณข้อโคนนิ้ว

triggerfinger_large

Photo by: http://mccormickhospital.blogspot.com

ส่งผลทำให้ปลอกหุ้มเอ็นหนาตัวขึ้น และรัดเอ็นจนทำให้เอ็นบวมและคลำเป็นปมขึ้นมา  ทำให้การเคลื่อนไหวติดขัดขณะเหยียดนิ้วมือทำให้เกิดอาการนิ้วล็อก

อาการโรคนิ้วล็อค

              อาการส่วนมากจะปวดบริเวณโคนนิ้วมือ กำมือไม่ถนัด อาจเป็นเพียงนิ้วเดียว มักเกิดกับมือข้างถนัดที่ใช้งาน นิ้วที่เป็นบ่อยได้แก่ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วกลาง และนิ้วนางหรือเป็นพร้อมกันหลายนิ้วก็ได้ และอาจเป็นที่มือข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างก็ได้ ซึ่งอาการมักจะเป็นมากตอนเช้า  โดยอาการจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ

1. ระยะแรก มีอาการปวด โดยจะมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ และจะมีอาการปวดมากขึ้น ถ้าเอานิ้ว  แต่ยังไม่มีอาการติดสะดุด
2. ระยะที่สอง มีอาการสะดุด (triggering) และอาการปวดก็มักจะเพิ่มมากขึ้นด้วย เวลาขยับนิ้ว งอ   และเหยียดนิ้ว จะมีการสะดุดจนรู้สึกได้
3. ระยะที่สาม มีอาการติดล็อก โดยเมื่องอนิ้วลงไปแล้ว จะติดล็อกจนไม่สามารถเหยียดนิ้วออกเองได้  ต้องเอามืออีกข้างมาช่วยแกะ
4. ระยะที่สี่ มีการอักเสบบวมมาก จนนิ้วมือติดอยู่ในท่างอและไม่สามารถเหยียดให้ตรงได้ ถ้าใช้มืออีก  ข้างมาช่วยเหยียดจะปวดมากบริเวณที่มีการงอ

การรักษาโรคนิ้วล็อค

Photo by: http://thn23796healtheducation.blogspot.com/

Photo by: http://thn23796healtheducation.blogspot.com

1. การรับประทานยา เพื่อลดการอักเสบ ลดอาการบวม  ปวด และควรพักการใช้มือ ซึ่งวิธีนี้จะได้ผลดีในระยะแรกและระยะที่สอง

Photo by: http://dodeden.com

2. ใช้วิธีการทางกายภาพบำบัด การใช้เครื่องดามนิ้วมือ การนวดเบาๆ การใช้ความร้อนประคบและการออกกำลังกายเหยียดนิ้ว วิธีนี้ใช้ได้ผลดีเมื่อมีอาการของโรคในระยะแรก และระยะที่สอง

Photo by: http://orthopedic.com.sginjections

Photo by: http://orthopedic.com

3. การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ เพื่อลดการอักเสบ ลดปวดและลดบวม ซึ่งวิธีนี้เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพมาก โดยการรักษาโดยการฉีดยานี้สามารถใช้ได้กับอาการของโรคตั้งแต่ระยะแรกจนถึงระยะสุดท้าย

Photo by: http://http://www.alimed.com

Photo by: http://http://www.alimed.com

4. การรักษาโดยการผ่าตัด ถือว่าเป็นการรักษาดีที่สุด เนื่องจากลดการ กลับมาเป็นโรคซ้ำอีก โดยหลักในการผ่าตัด คือ ตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาอยู่ให้เปิดกว้างออกเพื่อให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านได้โดยสะดวก ไม่ติดขัดหรือสะดุดอีก