ออฟฟิศซินโดรม คุณเป็นหรือไม่??

BY cap06 POSTED IN Nutrition Expertise& ออกกำลังกาย

office syndrome

          ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) รคยอดฮิตของเหล่ามนุษย์เงินเดือน  เนื่องจากในปัจจุบันการทำงานมักเป็นงานที่ต้องติดอยู่กับโต๊ะ ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ   ด้วยอิริยาบถที่ต้องอยู่ในท่าเดิมๆซ้ำๆนานๆ การเคลื่อนไหวของร่างกายที่จำกัด จึงส่งผลต่อความเจ็บป่วยทางจิตใจและร่างกาย ก่ออาการปวดเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดอาการ “ออฟฟิศซินโดรม”

                ออฟฟิศซินโดรม คือ โรคมักเกิดกับคนทำงานตามออฟฟิศ  โดยเกิดจากการทำงานหรือใช้ชีวิต นั่ง เดินในท่าทางอิริยาบถที่ไม่ถูกลักษณะ เป็นเวลานานๆ โดยอยู่ในท่าเดิมหลายชั่วโมง ซึ่งจะทำให้มีอาการปวดเมื่อยล้าตรงกล้ามเนื้อ ที่น่ากลัวคือยิ่งทำซ้ำๆเป็นเวลานานๆเข้าจากแค่อาการปวดกล้ามเนื้อ อาจกลายเป็นกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังได้

 

อาการเตือน “ออฟฟิศซินโดรม

1) ปวดหลังเรื้อรังจากการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ การนั่งหลังค่อม ทำให้กล้ามเนื้อต้นคอ สะบัก เมื่อย เกร็งอยู่ตลอดเวลา ทำให้กระบังงลมขยายได้ไม่เต็มที่ สมองได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่ ทำให้ง่วงนอน ศักยภาพในการทำงานไม่เต็มร้อย

2)ไมเกรนหรือปวดศีรษะเรื้อรัง การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด แสงแดด ความร้อน เป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน

3) มือชา เอ็นอักเสบ นิ้วล็อค การอักเสบของเส้นเอ็น นิ้วมือ ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ เส้นประสาทข้อมือถูกกดทับเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ การจับเมาส์นานๆ ทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาทและ เส้นเอ็นจนอักเสบ เกิดพังผืดยึด ทำให้ปวดปลายประสาท นิ้วล็อค  เป็นต้น

หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาการจะรุนแรงถึงขั้นหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทได้

office syndrome symptom

(ที่มา : http://visual.ly/office-syndrome-causes-and-symptoms)

ออฟฟิศซินโดรม…เลี่ยงได้ไม่ยาก เพียงลด พฤติกรรมเหล่านี้..คือ

  1. การนั่งไขว่ห้าง น้ำหนักตัวจะถูกกดทับลงข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อถูกกดเป็นเวลานาน สามารถทำให้กระดูกสันหลังคดได้
  2. การนั่งกอดอก  หลังช่วงบน สะบัก และหัวไหล่ จะถูกยืดยาวออก หลังช่วงบนค่อมและงุ้มไปด้านหน้า มีผลต่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขนทำให้มืออ่อนแรงและชาได้
  3. การนั่งหลังงอ หลังค่อม เช่น การนั่งหลังค่อมนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง มีอาการ เมื่อยล้า ปวด และมีปัญหาเรื่องกระดูกผิดรูปตามมา
  4. การนั่งเบาะเก้าอี้ไม่เต็มก้น กล้ามเนื้อหลังจะทำงานหนัก เพราะฐานรับน้ำหนักตัวไม่สมดุล
  5. การใส่รองเท้าส้นสูง จะทำให้กระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ นำมาสู่อาการปวดหลัง
  6. คอมพิวเตอร์   ตั้งจอคอมพิวเตอร์และคีย์บอร์ดไว้ในแนวตรงกับหน้า     ขอบบนของจอคอมพิวเตอร์ ควรอยู่ระดับสายตา ในท่านั่งที่คุณรู้สึกสบาย   จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ห่างเท่ากับความยาวแขน      ใช้เมาส์ โดยพักข้อศอกบนที่รองแขน และสามารถเคลื่อนไหวได้แบบไม่จำกัดพื้นที่
  7. โต๊ะ-เก้าอี้  นั่งบนเก้าอี้ แล้ววางเท้าลงบนพื้น ให้ขาทำมุมประมาณ 90 องศา    ปรับพนักพิงให้รองรับกับหลังส่วนล่าง  ปรับที่รองแขนให้อยู่ระดับข้อศอกและไหล่อยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย   ให้มีช่องว่างระหว่างขอบเก้าอี้กับขาด้านหลัง

good position office

(ที่มา : http://www.firstphysioclinic.com/)

วิธียืดกล้ามเนื้อ ลดความเสี่ยง“ออฟฟิศซินโดรม

stretch exercise office syndrome

(ที่มา : http://www.girlsfriendclub.com/stretch/

  1. มือประสานกันข้างหน้า แล้วดัน ยืดออกไปจนสุด ดันค้างไว้ 10-20 วินาที ทำ 2ครั้ง จะยืดกล้ามเนื้อหลังส่วนบน
  2. มือประสานกันเหนือหัว เหยียดขึ้นจนสุดค้างไว้ 10-20วินาที ทำ 2ครั้ง จะได้คลายกล้ามเนื้อหลังส่วนตื้นและต้นแขน
  3. ดันหลังส่วนล่าง ยืออกขึ้นแอ่นตัวไปข้างหลัง ค้างไว 20 วินาที ท่านี้จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง และอก
  4. ไขว้ห้างมือดันที่เข่า แล้วบิดตัวไปด้านตรงข้ามที่ได้มากที่สุด ขณะบิดตัว มือที่ดันเข่าก็ดันเพิ่มเพื่อให้ยืดได้ดีที่สุด ค้างไว้ 20 วินาที ทำ 2 ข้าง ท่านี้จะผ่อนคลายกล้ามเนื้อข้างลำตัว และสะโพก
  5. เอามือไขว้หลังจับข้อมือไว้ ก้มหน้าลงหลังจากนั้นเอียงคอไปด้านขวาพร้อมกับดึงมือซ้ายไปทางขวาตามรูป ค้างไว้ 10 วินาที ทำสลับข้างกัน ข้างละ 2ครั้ง จะช่วยคลายกล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่