เป็นเบาหวาน.. ทำไงดี !!?

BY cap06 POSTED IN Nutrition Expertise& ออกกำลังกาย& อัพเดทข่าวสุขภาพ

 

รู้กันไหม.. เบาหวานเกิดจากอะไร ?

เบาหวานเกิดจากการทำงานของฮอร์โมน อินซูลิน(Insulin) ในร่างกายทำงานผิดปกติ ซึ่ง อินซูลิน มีหน้าที่นำน้ำตาลในเลือด ส่งไปเป็นพลังงานให้แก่เซลล์ของร่างกาย เมื่อ อินซูลิน ทำงานได้ไม่เต็มที่ น้ำตาลในเลือดจะมีความเข้มข้นที่มากขึ้น

เราลองนึกภาพว่าอวัยวะของร่างกาย โดนแช่อิ่มในน้ำเชื่อม อวัยวะเหล่านั้นจะเกิดการเสื่อม และเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ 

quesitons

photo by:http://www.smalley.cc

แล้วอาการของเบาหวานเป็นยังไงบ้าง ?

อาการของโรคมักเกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว ลองสังเกตุตัวเองกันว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่

  • หิวบ่อย
  • กระหายน้ำตลอดเวลา
  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • เป็นแผลแล้วหายช้า
  • ผู้หญิงเป็นตกขาวจากการติดเชื้อบ่อย
  • สายตาพร่ามัว
  • ปัสสาวะถี่ขึ้น
  • ปวดและชาปลายมือปลายเท้า

diabetes (1)

Photo by:https://s-media-cache-ak0.pinimg.com

ประเภทของโรคเบาหวาน

 โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  1. เบาหวานประเภทที่1 (Type 1 diabetes)  มักเป็นในผู้ที่มีอายุน้อย หรือเป็นตั้งแต่เกิด เกิดจาก beta cell ของตับถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถผลิต อินซูลิน ได้ ผู้ป่วยมักมีรูปร่างผอม เบาหวานประเภทนี้จำเป็นต้องได้รับการฉีดอินซูลินไปตลอดชีวิต เพื่อทดแทนที่ร่างกายไม่สามารถสร้าง อินซูลิน ได้
  2. เบาหวานประเภทที่2 (Type 2 diabetes) พบ 90% ของผู้ที่เป็นเบาหวานทั้งหมด เกิดจากตับไม่สามารถสร้าง อินซูลิน ได้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ปัจจัยเสี่ยงคือพฤติกรรมการกิน โรคอ้วน อายุที่มากขึ้น และพันธุกรรม ผู้ป่วยมักมีรูปร่างอ้วน เบาหวานประเภทนี้ต้องควบคุมอาหาร ใช้ยาชนิดรับประทานหรืออินซูลินแบบฉีด

diabetes5

Photo by:http://www.diabeteszone.org/

เมื่อเป็นเบาหวานแล้ว ควรทำอย่างไร ?

  • ควบคุมการรับประทานอาหาร
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้ยาควบคุมอาการเบาหวานหรืออินซูลิน
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและพบแพทย์สม่ำเสมอ
  1. การรับประทานอาหารของผู้ป่วยเบาหวาน ที่ต้องคำนึงถึงอย่างแรกคือ คาร์โบไฮเดรต ซึ่งจำเป็นจะต้องจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในแต่ละมื้อไม่ให้มากเกิดไป ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรรับประทานรับประทานอาหารมื้อใหญ่ๆ แต่ควรทานครั้งละน้อยๆ แต่เพิ่มความถี่ในการรับประทานในแต่ละวัน หรือถ้าผู้ป่วยใช้ยาในการรักษาเบาหวานอยู่ ควรทานอาหารให้ปริมาณเท่าๆกันในแต่ละมื้อ เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำหรือสูงเกินไป
  2. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดียิ่งขึ้น แต่ควรระวังการออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่จะทำให้เกิดแผลได้ เนื่องจากเป็นแผลแล้วจะหายช้าและเกิดการติดเชื้อได้ง่าย
  3. การใช้ยาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อาจไม่จำเป็นสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานที่สามารถควบคุมอาหารได้ อย่างไรก็ตามการเริ่มต้นการใช้ยาควรพบแพทย์เพื่อพิจารณาเลือกใช่ยาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแต่ละราย
  4. การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ มักจะตรวจในผู้ที่ต้องใช้ยาเป็นประจำ สามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้าน เสมือนเป็นการการวางแผนการรักษา เพื่อเป็นการประเมินแผนการรักษาที่แพทย์วางไว้ว่าเหมาะสมดีหรือไม่ และจะทำให้ตัวผู้ป่วยเองและแพทย์ ทราบว่าแผนการรักษาที่วางไว้เหมาะสมแล้วหรือไม่ และสามารถวางแผนต่อไปได้อย่างเหมาะสม มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้ที่ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองเป็นประจำจะมีแนวโน้มที่สามารถความคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง ซึ่งนั่นก็หมายถึงจะสามารถควบคุมการเกิดโรคแทรกซ้อนได้เช่นกัน

monitor-blood-glucose-part-5-picturePhoto by:http://static.howstuffworks.com/gif/adam/images/en/