ไวรัสซิกา ภัยใหม่ ที่คนไทยควรรู้ !

BY cap03 POSTED IN อัพเดทข่าวสุขภาพ

ไวรัสซิกา!

ข่าวเกี่ยวกับสุขภาพที่มาแรงและเป็นที่สนใจของเราตอนนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องไวรัสซิกาที่กำลังระบาดในหลายประเทศแถบอเมริกากลางและใต้ ซึ่งองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ  หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าไวรัสตัวนี้มาจากไหน มีความรุนแรงเพียงใด  เราคนไทยควรเตรียมรับมือกับภัยร้ายนี้อย่างไร วันนี้ admin จะขอมานำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าไวรัสตัวนี้ให้ทุกคนได้รู้จักและเตรียมรับมือกัน !!!

ไวรัสซิกาคืออะไร

ไวรัสซิกา (Zika Virus-ZIKV) คือไวรัสชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลฟลาวิไวรัส (flavivirus) จำพวกเดียวกับ ไวรัสไข้เหลือง ไวรัสเดงกี ไวรัสเวสต์ไนล์ และไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี มี “ยุงลาย” เป็นแมลงนำโรค ก่อให้เกิดโรค “ไข้ซิกา”

ยุงลาย พาหะนำโรค ไข้ซิกา

photo by : isarapost.net

การติดต่อ

ไข้ซิกาติดต่อจากการที่โดนยุงลายกัด แต่ข้อมูลล่าจากศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐพบมีผู้ติดเชื้อในรัฐเทกซัส ซึ่งไม่ได้รับเชื้อจากยุงกัด แต่มาจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อรายหนึ่งที่เพิ่งเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงในประเทศเวเนซุเอลา

ระยะฟักตัวและอาการ

ระยะฟักตัวเฉลี่ย 4-7 วัน สั้นสุด 3 วัน และยาวสุด 12 วัน

อาการที่พบบ่อย : มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ข้อบวม ปวดหลัง อาจมีอาการอื่นๆ ได้ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และอุจจาระร่วง ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อาการเหล่านี้มักอยู่ประมาณ 2-7 วัน ส่วนใหญ่จะหายเองได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ไม่มีความจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล แต่ในหญิงตั้งครรภ์จำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากการติดเชื้อนี้อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ทำให้มีความเสี่ยงต่อการพิการแต่กำเนิด มีขนาดศีรษะที่เล็กผิดปกติ (microcephaly) หรือเสียชีวิตได้

 

A pregnant woman gets an ultrasound at the maternity of the Guatemalan Social Security Institute (IGSS) in Guatemala City on February 2, 2016. Guatemala increased the monitoring of pregnant women because of the risk of infection by Zika virus. World health officials mobilized with emergency response plans and funding pleas Tuesday as fears grow that the Zika virus, blamed for a surge in the number of brain-damaged babies, could spread globally and threaten the Summer Olympics. AFP PHOTO Johan ORDONEZ

photo by : manager.co.th

การรักษา

ยังไม่มีการรักษาที่จำเพาะ ทำได้เพียงรักษาตามอาการเช่นเดียวกับไวรัสอื่นๆที่มียุงลายเป็นพาหะ ดังนั้นผู้ป่วยควรพักผ่อนมาก ๆ และดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานยาตามแพทย์สั่ง นอกจากนี้ก็ยังควรระมัดระวังไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ อีกด้วย

สำหรับวัคซีนนั้นปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่คณะแพทย์และนักวิจัยทั่วโลกกำลังเร่งผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสนี้ ทั้งในประเทศอินเดียและญี่ปุ่น แต่ยังไม่ระบุว่าจะสำเร็จเมื่อใด

virus siga

Photo by : ้health.kapook.com

สถานการณ์ในต่างประเทศ

ขณะนี้ไวรัสซิกากำลังขยายภัยคุกคามจากระดับไม่รุนแรงเป็นระดับที่เป็นอันตราย โดยสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของโคลอมเบีย แถลงว่ามีผู้หญิงโคลอมเบียมากกว่า 2,100 คน ติดเชื้อไวรัสซิกา ด้านประเทศบราซิลมีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 2 ล้านคน จนต้องมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีข่าวจากสหรัฐฯว่าพบผู้ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์เริ่มบานปลายไปอีก ซึ่งขณะนี้องค์การอนามัยโลกได้ระบุถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาอย่างน้อย 24 ประเทศในทวีปอเมริกาใต้และกลุ่มประเทศแถบทะเลแคริบเบียน โดยพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดสองอันดับแรกคือบราซิลและโคลอมเบีย

สถานการณ์ในไทย

พบผู้ป่วยรายแรกเมื่อปี พ.ศ.2555 และตั้งแต่นั้นมาก็พบ 2-5 รายต่อปี ซึ่งทุกคนหายเองได้และไม่เคยมีรายงานการติดเชื้อในสตรีตั้งครรภ์ จนเด็กเกิดความพิการ

ปัจจุบันพบผู้ป่วยชาย 1 รายรักษาตัวที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช แต่ปัจจุบันหายแล้ว กลับบ้านได้ อย่างไรก็ตามแม้จะยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ออกประกาศจัดให้ “โรคติดเชื้อไวรัสซิกา” เป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะถือเป็นสถานการณ์ปกติ โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยไวรัสซิกาสามารถหายได้เองใน 7 วัน ส่วนที่เกิดการระบาดจนองค์การอนามัยโลกออกมาประกาศว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน เพราะเด็กที่คลอดออกมามีความพิการทางสมอง จึงต้องออกประกาศดังกล่าว โดยกำชับให้มีการดูแลหญิงตั้งครรภ์เป็นพิเศษแล้ว

 

สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนประเทศไทยจะยังไม่เป็นที่น่ากังวลมากนัก เพราะโรคนี้หายเองได้ ดังนั้น admin อยากให้ทุกคนอย่าเพิ่งตระหนก ตกใจมาก เรามาเตรียมรับมือกับเจ้าไวรัสตัวนี้อย่างมีสติ ง่ายๆกันดีกว่า เพียงแค่เราช่วยกันกำจัดยุงและแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย ใครที่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงเมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทยแล้วมีอาการป่วยเป็นไข้ ออกผื่น ให้แจ้งโรงพยาบาลใกล้บ้านหรือกรมควบคุมโรค ส่วนหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค เพียงแค่นี้เจ้าไวรัสซิก้าก็ยังทำอะไรพวกเราไม่ได้แน่นอนจ้า